หลักสูตรกิจกรรมและประสบการณ์
ลักษณะของหลักสูตร
1. ความสนใจของผู้เรียนเป็นตัวกำหนดเนื้อหา
กิจกรรม หรือประสบการณ์ ต้องสอดคล้องกับความต้องการ ความสนใจ
และความถนัดของผู้เรียน
2. วัตถุประสงค์ของการเรียนแบบนี้
เพื่อมุ่งปรับปรุงความเป็นอยู่ในปัจจุบันของเด็ก ยิ่งกว่าที่จะเตรียมตัวเพื่ออนาคต
3. วิชาที่ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนคือวิชาที่ผู้เรียนมีความสนใจร่วมกัน
ดังนั้นจึงกำหนดเนื้อหาจากความสนใจของผู้เรียนเป็นคราว ๆ ไป
ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า
4. ใช้วิธีแก้ปัญหาเป็นหลักในการจัดการเรียนรู้
5. มุ่งที่จะให้การศึกษาและเอาใจใส่ต่อนักเรียนเป็นรายบุคคล
และส่งเสริมความแตกต่างระหว่างบุคคล
6. การเรียนแบบประสบการณ์ในต่างโรงเรียน
ต่างชั้นกันย่อมไม่เหมือนกัน การเรียนแบบนี้นักการศึกษาทำไปต่าง ๆ กัน
การจัดการเรียนรู้แบบกิจกรรมและประสบการณ์
การจัดการเรียนรู้ในปัจจุบันครูต้องคำนึงถึงการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญและพยายามให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยการกระทำ
ครูจัดการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ทั้งนี้
ต้องคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เน้นการแก้ปัญหา ครูต้องทำหน้าที่เป็นนักวางแผน
นักจิตวิทยา นักแนะแนว และนักพัฒนาการ ส่วนการประเมินผลการเรียนรู้ จะประเมินจากพัฒนาการของผู้เรียนในทุก
ๆ ด้าน โดยยึดปรัชญาการศึกษาแบบพิพัฒนาการ
ข้อดีของการจัดหลักสูตร
1. ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ตรง
ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้มาก สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
2. ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
ได้รู้จักการวางแผนการเรียนด้วยตนเอง ได้มีโอกาสทดลอง
แก้ไขปัญหาได้อย่างมีเหตุมีผล มีความรับผิดชอบในตนเองต่อการศึกษา
3. ผู้สอนและผู้เรียนมีโอกาสได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
และมีความเข้าใจซึ่งกันและกันมากขึ้น
4. สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจของผู้เรียน
5. ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรม
ทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียน
6. มีความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลา
และวิธีจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย กิจกรรม การเรียนรู้ครอบคลุมเนื้อหาได้กว้างขวาง
กระบวนการเรียนรู้เป็นไปตามขั้นตอน
ความหมาย
หลักสูตรกิจกรรมหรือประสบการณ์เป็นหลักสูตรที่เกิดขึ้นจากความพยายามที่จะแก้ไขการเรียนรู้แบบครูเป็นผู้สอนเพียงอย่างเดียวไม่คำนึงถึงความต้องการและความสนใจของผู้เรียนซึ่งเป็นข้อบกพร่องของหลักสูตรแบบเนื้อหาวิชา
หลักสูตรแบบนี้ยึดประสบการณ์
และกิจกรรมเป็นหลักมุ่งส่งเสริมการเรียนการสอนโดยวิธีการแก้ปัญหา
ผู้เรียนได้แสดงออกด้วยการลงมือกระทำ ลงมือวางแผน
เพื่อหาประสบการณ์อันเกิดจากการแก้ปัญหานั้น ๆ ด้วยตนเอง
ซึ่งเป็นการเรียนแบบการเรียนรู้ด้วยการกระทำ ( Learning by Doing)
ข้อด้อยของการจัดหลักสูตร
1. การจัดทำหลักสูตรทำได้ยาก
2. ถ้าครูผู้สอนไม่มีความกระตือรือร้น
ไม่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการสอน
ขาดความเข้าใจในจิตวิทยาการเรียนรู้และพัฒนาการของผู้เรียนแล้ว
การจัดการเรียนรู้ก็ไม่ประสบ ความสำเร็จ
3. การจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ต่าง
ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง หรือชีวิตจริงของเด็กแต่ละคนกระทำได้ยาก
4. เนื้อหาสาระที่ผู้เรียนได้รับ
อาจจะไม่สัมพันธ์กับพัฒนาการของผู้เรียน หรือ
ได้เนื้อหาสาระไม่ครบถ้วนและขาดความต่อเนื่องของความรู้
ไม่ได้รับความรู้เป็นกอบเป็นกำ หลักสูตรนี้ใช้ได้ดีกับผู้เรียนระดับประถมศึกษา
เพราะสามารถจัดกิจกรรมหรือประกอบการเรียนรู้ได้ง่ายกว่าเด็กโต
5. ต้องมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเรียนรู้
เช่น ห้องเรียน สื่อการเรียนรู้ แหล่งการเรียนรู้ต่าง
ๆมิฉะนั้นการจัดการเรียนรู้จะไม่บังเกิดผล
ที่มา : https://prezi.com/cmlalfmaz7ty/presentation/
จัดทำโดย นางสาวปิยะนุช บุญรอด นางทรรศวรรณ์ ชัยฉลาด


